จำข้อมูลการล็อคอิน
อีเมล์
รหัสผ่าน
[ ลืมรหัสผ่าน? ]
[ สมัครสมาชิก? ]
  หน้าแรก  |    กระดาน  |    MAP  |    ติดต่อเรา  |    อัลบั้มภาพ  |    สมุดเยี่ยม  |    ยืนยันการสมัคร



บทเรียน VDO มาใหม่ล่าสุด
 รู้จักคอมพิวเตอร์ (ดู 1752 ครั้ง)
คอมพิวเตอร์ มาจากภาษาละตินว่า Computare หรือในภาษาไทยว่า คณิตกรณ์ ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคำนวณ เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถทำงานคำนวณผลและเปรียบเทียบค่าตามชุดคำสั่งด้วยความเร็วสูงอย่าง...

 เรียนคอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐาน (ดู 1770 ครั้ง)
เรียนคอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐาน
 หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ (ดู 2637 ครั้ง)
เชื่อมต่อ Internet จึงจะสามารถเข้าชมวีดีโอนี้ได้


<< ตุลาคม 2018 >>
  จั. อั. พุ. พฤ. ศุ. เส. อา.
> 1 2 3 4 5 6 7
> 8 9 10 11 12 13 14
> 15 16 17 18 19 20 21
> 22 23 24 25 26 27 28
> 29 30 31  1  2  3  4

จัดการหน้านี้:
แนะนำให้เพื่อน
สั่งพิมพ์หน้านี้
เพิ่มเป็นเว็บยอดนิยม

ชมทั้งหมด:
1856111
ชมวันนี้:
415
ชมเดือนนี้:
15931
ชมสูงสุด/วัน:
11636
ชมวานนี้:
500
 
 
พิมพ์ข้อความหน้านี้ แนะนำบอกเพื่อน
ใบความรู้บทที่ 2 ประเภทของคอมพิวเตอร์

สรุปใจความสำคัญในหน่วยที่ ๒ ได้ดังนี้ ประเภทของคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) แบ่งตามลักษณะการประมวลผลข้อมูลของคอมพิวเตอร์ , 2) แบ่งตามสมรรถนะ ขนาดและราคาของคอมพิวเตอร์ และ 3) แบ่งตามลักษณะการใช้งานของคอมพิวเตอร์


ประเภทของคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
  1. แบ่งตามลักษณะการประมวลผลข้อมูลของคอมพิวเตอร์ 
  2. แบ่งตามสมรรถนะ ขนาดและราคาของคอมพิวเตอร์ [ อ่านเพิ่มเติม ]
  3. แบ่งตามลักษณะการใช้งานของคอมพิวเตอร์ [ อ่านเพิ่มเติม ]

แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

Analog Computer Digital Computer Hybrid Computer

  • 1) อนาลอกคอมพิวเตอร์ (Analog Computer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อใช้กับงานเฉพาะด้าน มีการทำงานโดยใช้หลักในการวัด มีลักษณะเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่แยกส่วนทำหน้าที่เป็นตัวกระทำและฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ เครื่องที่ใช้วัดปริมาณทางฟิสิกส์ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาในรูปของกราฟ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตรวจสภาพอากาศ และที่ใช้ในวงการแพทย์ เช่น เครื่องตรวจวัดสายตา ตรวจวัดคลื่นสมองและการเต้นของหัวใจ เป็นต้น
  • 2) ดิจิทัลคอมพิวเตอร์ (Digital Computer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานโดยใช้หลักในการคำนวณแบบลูกคิด หรือหลักการนับ และทำงานกับข้อมูลแบบไม่ต่อเนื่อง ลักษณะการคำนวณจะแปลงเลขเลขฐานสิบก่อน แล้วจึงประมวลผลด้วยระบบเลขฐานสอง แล้วให้ผลลัพธ์ออกมาอยู่ในรูปของตัวเลข เช่น งานพิมพ์เอกสาร งานคำนวณ งานวิจัยเปรียบเทียบค่าทางสถิติ เป็นต้น
  • 3) ไฮบริดคอมพิวเตอร์ (Hybrid Computer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้กับงานเฉพาะด้าน มีประสิทธิภาพสูงและสามารถทำงานที่ซับซ้อนได้ เนื่องจากการนำเทคนิคการทำงานของอนาลอกคอมพิวเตอร์และดิจิทัลคอมพิวเตอร์มาใช้งานร่วมกัน เช่น การส่งยานอวกาศขององค์การนาซา เป็นต้น

ได้ 5 ประเภท คือ 

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ มินิคอมพิวเตอร์
เวิร์คสเตชันคอมพิวเตอร์ ไมโครคอมพิวเตอร์

  • 1) ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) คือ เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สร้างสามารถประมวลผลได้กว่า 100 ล้านคำสั่งต่อวินาที จึงทำให้ทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง มีราคาแพงที่สุด เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะกับงานคำนวณที่ต้องคำนวณตัวเลขจำนวนมหาศาล ให้เสร็จภายในระยะเวลาอันสั้น
  • 2) เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่มีความเร็วในการประมวลผลสูงรองลงมาจากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ต้องอยู่ในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิและปราศจากฝุ่นละออง และได้รับการพัฒนาให้มีหน่วยประมวลผลหลายหน่วยทำงานพร้อม ๆ กัน
  • 3) มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดกลางที่มีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยกว่าเมนเฟรม แต่สูงกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ สามารถรองรับการทำงานจากผู้ใช้หลายร้อยคน (Multi-user) ในการทำงานที่แตกต่างกัน (Multi Programming)
  • 4) เวิร์คสเตชันคอมพิวเตอร์ (Workstation Computer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ ที่สนับสนุนการทำงานของคอมพิวเตอร์เครือข่าย ซึ่งใช้ในการจัดสรรและใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น แฟ้มข้อมูลโปรแกรมประยุกต์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น เครื่องพิมพ์และอุปกรณ์อื่น ๆ โดยการเชื่อมโยงกับเทอร์มินัล (Terminal) หลาย ๆ เครื่อง 
  • 5) ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ราคาถูกสามารถเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer หรือ PC) เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ จำแนกออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
    • 1) แบบติดตั้งใช้งานอยู่กับที่บนโต๊ะทำงาน (Desktop Computer)
    • 2) แบบเคลื่อนย้ายได้ (Portable Computer) สามารถพกพาติดตัว อาศัยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จากภายนอก ส่วนใหญ่มักเรียกตามลักษณะของการใช้งานว่า Laptop Computer หรือ Notebook Computer
Desktop Computer Laptop Computer

แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  • 1) คอมพิวเตอร์เอนกประสงค์ (General-purpose Computers) หมายถึง คอมพิวเตอร์ที่สามารถเก็บโปรแกรมหรือข้อมูลต่าง ๆ ได้จำนวนมาก และใช้งานได้เกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์ ด้านทหารอากาศ คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในทางธุรกิจ เช่น งานบัญชีเงินเดือน,ทำภาษี,คิดโบนัส,คิดค่าประกันสังคม,การประมวลผลคำ, การสำรองที่นั่ง เป็นต้น
  • 2) คอมพิวเตอร์ใช้งานเฉพาะด้าน (Special-purpose Computers) หมายถึง คอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ใด วัตถุประสงค์หนึ่งโดยเฉพาะโปรแกรม หรือ คำสั่งก็จะใช้เฉพาะเรื่องเท่านั้น เช่น ใช้ในการควบคุมการบิน ใช้ในการควบคุมยานอวกาศ ใช้ในการควบคุมการเดินเรือ หรือหุ่นยนต์ เป็นต้น

กลับด้านบน

  
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ใบความรู้เพิ่มเติม


คะแนนใบความรู้








07-04-2015, 12:06    เนื่องจากห้องเรียนรู้ของนักเรียนโดนก่อกวนจากสปายแวร์...
07-04-2015, 12:03    ห้องเรียนนักเรียนมีปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้
30-10-2014, 02:44    ยินดีทุกท่านที่เข้าเยี่ยมชม
11-02-2005, 15:49    ......... ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่กระดานสนทนาถาม-ตอบ...


หน้าที่และส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
ประเภทของคอมพิวเตอร์
ประวัติและวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
ลิงค์มาใหม่ล่าสุด






ลิงค์ยอดนิยม






  หน้าแรก  |    กระดาน  |    MAP  |    ติดต่อเรา  |    อัลบั้มภาพ  |    สมุดเยี่ยม  |    ยืนยันการสมัคร
หน้าที่และส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
ประเภทของคอมพิวเตอร์
ประวัติและวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์